Header Ads

ดูบอลออนไลน์

เบลเยี่ยม เฉือน อังกฤษ 1 - 0 พากันเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2018

เบลเยี่ยม เฉือน อังกฤษ 1 - 0 พากันเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2018 


                เป็นเกมที่ทั้งสองทีมต้องแข่งกันเพื่อแย่งอันดับ 1 หรือ แย่งอันดับ 2 กันแน่ โดยทั้งสองทีมต่างก็จัดผู้เล่นชุดสำรองลงทั้งคู่ เนื่องจากว่า ทีมที่เข้าเป็นอันดับ 2 ดูเหมือนจะสบายมากกว่า แต่สุดท้ายก็เป็น เบลเยี่ยม ที่ได้ประตูชัยจาก ยานาไซจ์ ซึ่งเป็นประตูแรกในนามทีมชาติยิงให้ทีมชนะอังกฤษไป 1 - 0 เข้ารอบเป็นจ่าฝูงไปพบกับ ญี่ปุ่น ส่วนอังกฤษพบกับ โคลอมเบีย
                การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 นัดที่สามของกลุ่ม G คู่ระหว่าง อังกฤษ พบกับ เบลเยี่ยม ทั้งสองทีมไม่มีอะไรต้องกดดันเข้ารอบกันทั้งคู่แล้ว แต่ทว่าต้องหาทีมที่เข้าไปอันดับ 1 และ 2 ของตาราง
               สำหรับ อังกฤษ แกเร็ธ เซาธ์เกต จัดผู้เล่นมาในระบบ 3-5-2 เปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นจากนัดที่แล้วถึง 8 คน ทางด้าน เบลเยี่ยม โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ จัดผู้เล่นมาในระบบ 3-4-3 เปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นจากนัดที่แล้วถึง 9 คน โดยทั้ง 2 ทีมให้ผู้เล่นชุดสองลงสนามกันถ้วนหน้า
              เริ่มเกม อังกฤษ เป็นฝ่ายเขี่ยลูกเริ่มเล่น บุกจากขวาไปซ้าย โดยอังกฤษมาใน เสื้อสีขาว กางเกงสีกรมท่า ถุงเท้าขาว ส่วนเบลเยี่ยมมาในชุดแดง
นาทีที่ 5 เบลเยี่ยม มาโอกาสทักทายก่อน โดยทางด้าน ตีเลมองส์ มีช่องบรรจงยิงแต่ถูก พิคฟอร์ด ปัดเอาไว้ได้
              นาทีที่ 9 เบลเยี่ยม เปิดเกมบุกขึ้นมาอีกครั้ง ยานาไซจ์ เปิดบอลมาให้กับ เฟลไลนี่ ได้โขกแล้วบอลไปถึง ฟิคฟอร์ด แต่เกิดซองแตก ไปโดนขา สโตนส์ บอลเกือบไหลเข้าประตู แกร์รี่ เคฮิลล์ สไลด์บอลทิ้งไปจากบนเส้นขอบประตู
              นาทีที่ 13 อังกฤษ ขึ้นเกมมาทางขวา เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ตวัดบอลเข้ากรอบเขตโทษย้อนหลัง วาร์ดี้ วิ่งมาโขกแต่บอลหลุดกรอบออกไป
              ผ่านไปเกือบ 15 นาที เปอร์เซ็นต์การครองบอลของ อังกฤษ เหนือกว่า เบลเยี่ยม อยู่ที่ 61-39%
              นาทีที่ 26 เบลเยี่ยม ทำเกมขึ้นมา มิชี บัตซูอายี่ มีโอกาสได้ยิงแต่ไปติดบล็อกของ จอห์น สโตนส์ ได้เป็นลูกเตะมุม ทางด้าน ธอร์เกน อาซาร์ เปิดเข้ามา เฟลไลนี่ พักอกและยิงเต็มๆ แต่ทางด้าน เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ สกัดออกจากปากประตูไปได้
              นาทีที่ 32 แดนนี่ โรส กระชากขึ้นมาฝั่งซ้าย แต่โดนทางด้าน เลอันแดร์ เดนดองเกอร์ ตัดฟาวล์ ได้เป็นลูกฟรีคิก  เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ยิงฟรีคิกแต่บอลแฉลบกำแพงออกไปได้เป็นลูกเตะมุม
              นาทีที่ 37 จากลูกฟรีคิก เฟลไลนี่ โขกชงไปให้กับทาง บัตซูอายี่ โดนล้อมหน้าล้อมหลัง ไหลกลับคืนมาให้ ธอร์เกน อาซาร์ ได้ยิงแต่บอลหลุดข้ามคานออกไปเยอะ
ผู้ตัดสินไม่ทดเวลาบาดเจ็บ เป่านกหวีดหมดการแข่งขันในครึ่งแรกท่ามกลางเสียงโห่ของแฟนบอลในสนาม กับเกมสุดจืด ด้วยผลเสมอ 0 - 0


                  เริ่มเกมลงมาไม่กี่นาที เบลเยี่ยมทำเกมบุกขึ้นมา และเป็น อัดนาน ยานาไซจ์ โยกหลบสุดสวยมีช่องปั่นด้วยซ้าย พาทีมขึ้นนำ 1 - 0 และถือเป็นการยิงประตูแรกของตัวเองในนามทีมชาติเบลเยี่ยมด้วย
                 นาทีที่ 52 อังกฤษ ทำเกมขึ้นมา รูเบ็น ลอฟตัส-ชีค พาบอลหลุดขึ้นมา ทางด้าน มุสซ่า เดมเบเล่ ต้องตัดฟาวล์หน้าบริเวณกรอบเขตโทษ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ยิงฟรีคิกไปติดกำแพง
นาทีที่ 56 วาร์ดี้ ขึ้นโขกแย่งบอลกับ แฟร์มาเลน แต่โชคไม่ดี แฟร์มาเลน มีแผลแตกบริเวณคิ้วต้องปฐมพยาบาลข้างสนาม
                นาทีที่ 65 อังกฤษ ทำเกมขึ้นมา บอลหลุดมาถึง มาร์คัส แรชฟอร์ด หลุดเดี่ยวแล้วยิงไป ติดปลายมือ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ได้แค่ลูกเตะมุมเท่านั้น
นาทีที่ 80 อังกฤษ ได้ลุ้นจากฟรีคิก แรชฟอร์ด รับหน้าที่ยิง ปั่นโค้งข้ามกำแพงแต่บอลเหินข้ามคานออกไปนิดเดียว
               นาทีที่ 82 แรชฟอร์ด โยนเตะมุมเข้ามา กูร์กตัวส์ ออกมาชกบอลมาเข้าทาง เวลเบ็ค ที่เพิ่งลงมายิงด้วยซ้าย แต่เฟลไลนี่ สกัดทิ้งออกไปได้ช่วยให้ทีมไม่เสียประตู
จบเกม เบลเยี่ยม ชนะ อังกฤษ ไป 1 - 0 รั้งจ่าฝูงเข้าไปเจอกับ ญี่ปุ่น ส่วนอังกฤษเข้าไปเจอกับ โคลอมเบีย

Soccer Jeed ข่าววงการฟุตบอล วิเคราะห์บอลวันนี้
ติดตามข่าวสารกีฬาได้ทาง TWITTER Soccerjeed

ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.