โครเอเชีย ดวลจุดโทษชนะ รัสเซีย สุดมัน 5 - 6 เข้าไปตัดเชือกกับ อังกฤษ ฟุตบอลโลก 2018
โครเอเชีย ดวลจุดโทษชนะ รัสเซีย สุดมัน 5 - 6 เข้าไปตัดเชือกกับ อังกฤษ ฟุตบอลโลก 2018
เริ่มเกมมาได้เพียงแค่สองนาที เจ้าภาพมีโอกาสได้ลุ้นประตูก่อน จากจังหวะที่ เดนิส เชรีเชฟ หลุดเข้าไปในกรอบก่อนซัดด้วยขวาบอลติดบล็อค แต่สุดท้ายผู้ตัดสินให้สัญญาณเป็นลูกล้ำหน้า
นาทีที่ 5 รัสเซีย ได้ลุ้นประตูอย่างต่อเนื่อง คราวนี้เป็น อาร์เต็ม ซูบ้า ได้ฮาล์ฟวอลเลย์เต็มข้อ แต่ยังดีที่ เดยัน ลอฟเรน ยืนถูกที่ถูกเวลาขวางไว้ได้ทัน
ถัดมาแค่นาทีเดียว โครเอเชีย ออกหมัดสวนจนเกือบได้ประตูเช่นกัน จากจังหวะที่ อันเต้ เรบิช หลุดเข้ามาในกรอบ ก่อนอัดบอลกึ่งยิงกึ่งผ่านมาที่เสาแรก อิกอร์ อคินเฟเยฟ ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องทุบทิ้งออกหลังไป
เกมคู่นี้ถือว่าสนุก และได้ลุ้นกันแทบทุกวินาที โดยเฉพาะฝั่ง รัสเซีย ที่พยายามเปิดเกมรุกเข้าสู้ชนิดไม่เกรงทีมฟอร์มแรงอย่าง โครเอเชีย
หลังจากแลกหมัดกันอยู่นาน สุดท้ายกลับกลายเป็น รัสเซีย จากจังหวะที่ เดนิส เชรีเชฟ ทำชิ่งกับ อาร์เต็ม ซูบ้า หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนวิ่งมารับบอลปั่นโค้งด้วยซ้ายเสียบเสาตุงตาข่ายชนิดที่ ดานิเยล ซูบาซิช ได้แค่ยืนมองตาปริบๆ รัสเซีย นำ 1 - 0 และเป็นประตูที่ 4 ของเจ้าตัวในฟุตบอลโลกหนนี้อีกด้วย
นาทีที่ 39 โครเอเชีย มาได้ประตูตีเสมอแบบงงๆ หลัง มาริโอ มานด์ซูคิช พาบอลเข้ามาถึงในกรอบทางฝั่งซ้าย ก่อนจ่ายหักข้อมาให้ อันเดรย์ ครามาริช ย่อตัวขวิดบอลพุ่งเข้าประตูไป “โครแอต” ตีเสมอได้เร็วในเกมนี้
หลังจากนั้นทั้งสองทีมไม่สามารถพังประตูเพิ่มกันได้ จบครึ่งแรก รัสเซีย เสมอกับ โครเอเชีย 1 - 1
เกมดำเนินมาถึงหนึ่งชั่วโมง ทัพ “โครแอต” พลาดการได้ประตูขึ้นนำในเกมนี้ไปแบบไม่น่าเชื่อ จากจังหวะที่แนวรับรัสเซียเคลียร์บอลไม่ขาดหน้ากรอบหกหลา บอลตกมาถึง อิวาน เปริซิช แต่งบอลเข้าขวา ก่อนตัดสินใจยิงหักข้อเน้นทิศทางร้อยเปอร์เซนต์บอลทำท่าว่าจะตุงตาข่ายหายห่วงอยู่แล้ว แต่ทว่ากับพุ่งไปชนเสาเข้าอย่างจัง ทำเอานักเตะโครเอเชียถึงกับช็อกไปตามๆ กัน ส่วน รัสเซีย เป่าปากด้วยความโล่งใจกันทั้งประเทศ
รัสเซีย ที่โดนกดอย่างหนัก ได้ลุ้นบ้าง คราวนี้ อาร์เต็ม ซูบ้า ขึ้นเทคตัวเอาชนะ ลอฟเรน ได้ก่อนโขกเต็มๆ ศีรษะ แต่บอลยังไปตรงตัว ซูบาซิช รับสบาย ก่อนที่ ซูบ้า จะล้มตัวนอนลงไปหลังโดนแขน ลอฟเรน ฟาดเข้าที่หน้า
นาทีที่ 72 เจ้าภาพ หวิดได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง หลัง มาริโอ เฟอร์นานเดส เติมเกมมาทางกราบขวา ก่อนครอสมาให้ตัวสำรองอย่าง เอโรคิน ได้ขึ้นโขก แต่บอลเหินข้ามคานออกไป
ห้านาทีต่อมา มาริโอ มานด์ซูคิช โชว์สายตาดุจเหยี่ยว หลังโหม่งชงให้กับ ลูก้า โมดริช ได้ฮาล์ฟวอลเลย์ในกรอบเขตโทษ แต่แนวรับรัสเซียที่ยืนขวางเต็มไปหมด บล็อคลูกนี้ออกไปได้ทัน
นาทีสุดท้ายของเกม โครเอเชีย ต้องพบกับข่าวร้ายสเต็ปที่หนึ่งหลังจากเปลี่ยนตัวครบสามคนไปแล้ว หลัง ดานิเยล ซูบาซิช ได้รับบาดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังจนทำท่าว่าอาจจะเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ สลัตโก้ ดาลิช ต้องตัดสินใจสั่งให้นายทวารตัวสำรองอย่าง โดมินิก ลิวาโควิช วอร์มเป็นการด่วน
ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ โครเอเชีย บุกหนักราวกับพายุ หวังปิดเกมภายใน 90 นาทีให้ได้ แต่ยังไม่สามารถฝ่าแนวรับที่เปี่ยมไปด้วยวินัยของ รัสเซีย ได้ ขณะที่เจ้าภาพ ก็หวังฉกฉวยโอกาสที่ ซูบาซิช ยังมีอาการบาดเจ็บ ด้วยการลองซัดนอกกรอบให้ ซูบาซิช ต้องออกแรงเซฟแทบหงายหลัง ก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดครบ 90 นาที รัสเซีย กับ โครเอเชีย ยังเสมอกันอยู่สกอร์เดิม 1 - 1 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที
เข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษตั้งแต่ช่วงต้นๆ โครเอเชีย ประสบปัญหาใหญ่ หลังนักเตะหลายๆ คนในทีมเริ่มเจอพิษอาการบาดเจ็บเล่นงานเข้าให้หลายต่อหลายคน ทำให้ ดาลิช ต้องปรับกระบวนทัพแก้เกมเป็นการด่วน ทำเอาแข้งรัสเซียเริ่มได้ใจ
นาทีที่ 100 โครเอเชีย พลิกได้ประตูขึ้นนำ 1 - 2 จากจังหวะลูกเตะมุมของ ลูก้า โมดริช ครอสมาให้ โดมากอย วิด้า เบียดเอาชนะ อิกนาเชวิช ก่อนโหม่งบอลพุ่งย้อนศรเข้าประตูไปแบบช็อกแฟนบอลเจ้าถิ่น โครเอเชีย ทำได้ !!! ก่อนที่สุดท้ายทัพ “โครแอต” จะตรึงสกอร์นี้ไว้จบจบครึ่งแรกของการต่อเวลาพิเศษ
กลับมาลุยกันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษครึ่งเวลาหลัง นาทีที่ 112 รัสเซีย พลาดโอกาสทองไปอย่างน่าเสียดายจากลูกเตะมุม บอลทะลักมาถึง คูซาเยฟ แต่งบอลหนึ่งจังหวะก่อนซัดเต็มข้อแต่ ดานิเยล ซูบาซิช เซฟไว้ได้อย่างสุดยอด
นาทีที่ 115 รัสเซีย กลับสู่เกมได้สำเร็จจากจังหวะลูกฟรีคิก ซาโกเยฟ ยกบอลมาให้ มาริโอ เฟอร์นานเดส วิ่งโฉบมาขวิดบอลพุ่งเข้าเสาไกลตุงตาข่าย ทำเอาแฟนบอลบอลเจ้าภาพแทบคลั่ง โซชิ แทบแตก !!! รัสเซีย ตีเสมอได้สำเร็จ
นาทีที่ 119 รัสเซีย เกือบได้ประตูชัยหลัง โรมัน ซอบนิน ได้ซัดหน้ากรอบเขตโทษ แต่ ซูบาซิช ล้มตัวเซฟไว้ได้ทันชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด
หลังจากนั้นไม่มีฝั่งไหนบวกสกอร์เพิ่มเติมได้ ครบช่วงต่อเวลาพิเศษยังเสมอกันอยู่ 2 - 2 ต้องตัดสินหาผู้ชนะด้วยการดวลลูกที่จุดโทษ
รัสเซีย คนที่ 1 ฟิโอดอร์ สโมลอฟ - ไม่เข้า
โครเอเชีย คนที่ 1 มาร์เซโล่ โบรโซวิช - เข้า
รัสเซีย คนที่ 2 อลัน ซาโกเยฟ - เข้า
โครเอเชีย คนที่ 2 มาเตโอ โควาซิช - ไม่เข้า
รัสเซีย คนที่ 3 มาริโอ แฟร์นานเดส - ไม่เข้า
โครเอเชีย คนที่ 3 ลูก้า โมดริช - เข้า
รัสเซีย คนที่ 4 เซอร์เก อิกนาเชวิช - เข้า
โครเอเชีย คนที่ 4 โดมากอย วิด้า - เข้า
รัสเซีย คนที่ 5 ดาเลอร์ คูเซียเยฟ - เข้า
โครเอเชีย คนที่ 5 อิวาน ราคิติช - เข้า
โครเอเชีย ชนะดวลจุดโทษ 4 - 3 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ไปชนกับ อังกฤษ วันพุธที่ 11 กรกฎาคมนี้
Soccer Jeed ข่าววงการฟุตบอล วิเคราะห์บอลวันนี้
ติดตามข่าวสารกีฬาได้ทาง TWITTER Soccerjeed



Post a Comment