อาร์เซน่อลชนะดวลจุดโทษ หลังตามตีเสมอเชลซีช่วงทดเจ็บ 1 - 1
อาร์เซน่อลชนะดวลจุดโทษ หลังตามตีเสมอเชลซีช่วงทดเจ็บ 1 - 1
อูไน เอเมรี่ พาทีมทำผลงานในช่วงอุ่นเครื่องได้อย่างยอดเยี่ยม โดยยังไม่แพ้ทีมใดในช่วงเวลาปกติ เกมล่าสุดไล่ถล่ม ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 5 - 1 โดยก่อนเกมทีมเจอข่าวร้ายเพิ่มเมื่อ อารอน แรมซี่ย์ มีอาการเจ็บตอนอบอุ่นร่างกาย ทำให้เกมนี้ต้องส่ง เอมิล สมิธ-โรว์ ไอ้หนูวัย 18 ปี ลงปั้นเกมร่วมกับ มัตเตโอ กูแอ็นดูซี่ และโมฮาเหม็ด เอลเนนี่ โดยมีสามแนวรุกทั้ง เฮนริคห์ มคิตาร์ยาน, ปิแอร์ เอเมริค โอบาเมย็อง และเมซุต โอซิล
ส่วนทางฝั่ง "สิงห์บลูส์" เชลซี ที่ทำศึก "ลอนดอน ดาร์บี้" นอกเกาะอังกฤษ เกมนี้ เมาริซิโอ ซาร์รี่ เทรนเนอร์คนใหม่ยึดแดนกลางชุดเดิมจากเกมเสมอ อินเตอร์ มิลาน 1 - 1 ก่อนชนะจุดโทษ 5 - 4 นำโดย จอร์จินโญ่ คอยขับเคลื่อนเกมร่วมกับ เชส ฟาเบรกาส และรอสส์ บาร์คลี่ย์ ขณะที่แนวรุกสามคนใช้ เปโดร โรดริเกซ, อัลบาโร่ โมราต้า และคัลลัม ฮัดสัน โอดอย เปิดฉากมาได้แค่ 5 นาทีที่ เชลซี ได้ลุ้นก่อนเลยจากจังหวะที่ ฟาเบรกาส ยิงนอกกรอบแต่บอลยังไม่ผ่านมือ ปีเตอร์ เช็ก เซฟออกหลังไปได้
และจากจังหวะที่ เชลซี ได้ลูกเตะมุม ฟาเบรกาส เปิดเข้ากลางมาให้ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ โขกเต็มหัวบริเวณจุดโทษบอลพุ่งตกพื้นเสียบมุมเข้าไป ชนิดที่ เช็ก ได้แต่ยืนมอง "สิงห์บลูส์" ขึ้นนำก่อน 1 - 0
นาทีที่ 14 เชลซี มาได้ลูกที่จุดโทษ จากความยอดเยี่ยมของ โอดอย ที่สปีดแซง เบเยริน ก่อนเลี้ยงเข้ากลางล็อกหลบ แต่เบเยรินช้าไปเลยเข้าไปเสียบขาโอดอย ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที ทว่า โมราต้า ที่อาสายิงดันซัดไปติดเซฟของ ปีเตอร์ เช็กอย่างน่าผิดหวัง
เกมรุกของ "สิงห์บลูส์" ยังดูวูบวาบและได้ลุ้นกว่า นาทีที่ 24 ไอ้ปืนใหญ่หวิดจะเสียประตูที่สองเพิ่มอีก โอดอย แย่งบอลจากเอลเนนี่ก่อนลากขึ้นไปแล้วแทงบอลให้ โมราต้า หลุดเข้าไปซัดด้วยซ้ายแต่ยังติดขาของ ปีเตอร์ เช็ก ที่เซฟไว้ได้แบบเหลือเชื่อ
นาทีที่ 28 โอกาสลุ้นหนแรกของ อาร์เซน่อล จากจังหวะโยนยาวทางซ้ายมาให้ โอบาเมย็อง เก็บบอลได้ก่อนดีดต่อให้ไอ้หนู สมิธ โรว์ ได้ยิงในกรอบแต่วางเท้าไม่ดีบอลเหินคานไปแบบหมดลุ้น
อีกสองนาทีที่ถัดมา เดอะ กันเนอร์ส ได้ลุ้นต่อเนื่อง มคิตาร์ยาน แทงเข้ากลางให้ โอบาเมย็อง ก่อนไหลต่อไปถึง เอลเนนี่ ครอสไปถึงหน้าประตูแต่ดีที่ รือดิเกอร์ เซ็นเตอร์แบ็กสิงห์บลูส์เคลียร์บอลไปได้ทัน
นาทีที่ 32 อาร์เซน่อล เริ่มรุกน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ คราวนี้บอลขึ้นทางขวาอีกครั้ง มคิตาร์ยาน ได้บอลก่อนเปิดเลียดชนิดคิลเลอร์พาสไปเสาสอง โอบาเมย็อง วิ่งมาแต่แปหวืดไปชนิดน่าเสียดาย
กลาง อาร์เซน่อล เริ่มคุมได้เหนือกว่าทัพสิงห์ นาทีที่ 34 โอบาเมย็อง จ่ายให้ กูแอ็นดูซี เลี้ยงเข้ากลางก่อนตั้งป้อมระยะกว่า 20 หลาซัดเสาแรกออกไปแบบได้ลุ้นเลย
นาทีที่ 42 สิงห์บลูส์ พลาดโอกาสไดประตูนำห่างอีกครั้ง จอร์จินโญ่ โชว์ทักษะเปิดบอลข้ามแนวรับให้ โอดอย ที่ใช้ความเร็วควบบอลเข้าไปดวลตัวต่อตัวกับ ปีเตอร์ เช็ก แต่ยิงไม่ผ่านตัวนายด่านวัย 36 ปี ที่ช่วยเซฟให้ทีมได้อีกครั้ง
จบครึ่งแรก เชลซี เป็นฝ่ายออกนำ อาร์เซน่อล 1 - 0
ครึ่งหลัง เมาริซิโอ ซาร์รี่ ปรับทัพสิงห์บลูส์ถอดเอา เชส ฟาเบรกาส ออกแล้วส่ง แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ ลงไปเล่นแทน
รูปเกมของ อาร์เซน่อล ยังไม่ดีขึ้นเลย นาทีที่ 57 เกือบจะมาเสียประตูเพิ่มอีก จากจังหวะที่ เชลซี ได้ลูกคอนเนอร์ จอร์จินโญ่ เปิดบอลมาเข้าหัว รือดิเกอร์ โขกเฉี่ยวเสาแรกออกไปชนิดน่าเสียดาย แต่นาทีที่เดียวถัดมา ลูกทีมของ เอเมรี่ โต้กลับมาบ้าง โอบาเมย็อง สปีดพาบอลเข้ากรอบไปก่อนปาดมาถึง สมิธ โรว์ แต่งหนึ่งสองก่อนยิงไปติดแนวรับเชลซีออกหลังไป
อาร์เซน่อล เปลี่ยนเอา อเล็กซ์ อิโวบี้ ลงมาเล่นแทนไอ้หนู สมิธ โรว์ และนาทีที่ 64 ปีกไนจีเรี่ยนหวิดตีเสมอให้ไอ้ปืนใหญ่หลังได้ยิงนอกกรอบแต่บอลก็ยังไม่ผ่านมือ กาบาเยโร่ รับไว้ได้
นาทีที่ 75 เดอะ กันเนอร์ส หวิดได้เฮบ้าง จอร์จินโญ่ จ่ายบอลพลาดโดน โอซิล ดักบอลได้ก่อนจ่ายทะลุให้ ลากาแซ็ตต์ ตัวสำรองที่เพิ่งลงมาหลุดเข้าไปยิงหนีตัว กาบาเยโร่ แต่บอลหลุดเสาออกไปแบบหวุดหวิด
นาทีที่ 84 อาร์เซน่อล พลาดได้โอกาสตีเสมอแบบน่าเจ็บใจ บอลไหลมาเข้าทาง อเล็กซ์ อิโวบี้ ได้ยิงเน้นๆแต่บอลยังไปติดเซฟของ มาร์ซิน บูลก้า นายทวารดาวรุ่งวัย 18 ปี ช่วยเซฟให้ไดี
ท้ายเกม ลูกทีมของ อูไน เอเมรี่ ยังกดดันและบุกอย่างหนัก ก่อนที่ช่วงทดเวลาเจ็บนาทีที่สุดท้ายความพยายามจะมาสำเร็จผล เมื่อลูกครอสทางด้านข้างมาหน้าปากประตูเข้าทางปืน อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์ ยิงง่ายๆระยะไม่เกิน 6 หลาเข้าไป ทำให้จบเกมเสมอกันไป 1 - 1 ต้องตัดสินด้วยการดวลลูกที่จุดโทษ ซึ่งผลปรากฎว่า แข้งปืนใหญ่ยิงได้แม่นยำกว่าเอาชนะ เชลซี ไปได้ 6 - 5 เก็บสองคะแนนส่งท้ายรายการ ไอซีซี คัพ




Post a Comment