ตำนานเปิดม่านลูกหนังอังกฤษ คอมมิวนิตี้ ชิลด์
ตำนานเปิดม่านลูกหนังอังกฤษ คอมมิวนิตี้ ชิลด์
รายการนี้ถือกำเนิดครั้งแรกในชื่อเชอริฟฟ์ ออฟ ลอนดอน แชริตี้ ชิลด์ หรือ The Sheriff of London Charity Shield
ผู้คิดค้นรายการนี้คือ เซอร์โธมัส เดวาร์ ชาวสกอตแลนด์ ซึ่ง เซอร์โธมัส เดวาร์ กับ จอห์น เดวาร์ พี่ชายของเขาเป็นเจ้าของสุรายี่ห้อ “เดวาร์” ที่โด่งดังไปทั่วโลก โดยสืบทอดกิจการต่อจากพ่อ
จะสังเกตได้ว่า “เศรษฐีเครื่องดื่ม” สมัยก่อนนี้ มีแนวคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และมีใจรักฟุตบอลเหมือนกัน
เพราะหลังจากนั้น เซอร์โธมัส จอห์นสโตน ลิปตัน เศรษฐีเจ้าของ “ชาลิปตัน” คนดังชาวสกอตแลนด์ จัดฟุตบอลระดับ “สโมสรระหว่างชาติ” เป็นครั้งแรก ภายใต้ชื่อการแข่งขันว่า Sir Thomas Lipton Trophy ในปี 1909
“บอลการกุศล” ที่ เซอร์โธมัส จัดขึ้นมานี้นำทีมอาชีพ เตะกับทีมสมัครเล่น เพื่อหาเงินช่วยเหลือผู้ป่วยในโรงพยาบาลผู้ยากไร้ และมูลนิธิต่างๆ
เกมแรกเกิดขึ้นเมื่อ 19 มีนาคม 1898 ระหว่าง เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด กับ คอรินเธียนส์ ผลคือเสมอกัน 0 - 0 เตะใหม่ก็ยังเสมอกันอีก 1 - 1 ทำให้ได้แชมป์ร่วม และจัดต่อเนื่องถึงปี 1907 กระทั่งสมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือเอฟเอ เข้ามารับไอเดียไปจัดต่อ
รายการ The Sheriff of LondonCharity Shield ถูกปัดฝุ่นขึ้นมาอีกทีในปี 1931 ใช้ชื่อว่า Fundraising matches โดยจัดขึ้นอีกรวม 7 แมทช์ สลับทีมมาเตะคือ อาร์เซนอล, สเปอร์ส และวัตฟอร์ด แต่ทีมที่ได้เล่นตลอดคือ คอรินเธียนส์ ซึ่งครั้งสุดท้ายจัดขึ้นปี 1983 วัตฟอร์ด ชนะ คอรินเธียนส์ 6-1
ถ้วยรางวัล The Sheriff of London Charity Shield มีความสูงถึง 6 ฟุต สูงสุดของโทรฟี่ฟุตบอลในยุคนั้นเลยทีเดียว ปัจจุบันยังอยู่ที่พิพิธภัณฑ์สโมสรวัตฟอร์ด หรือว่า แตนอาละวาด
ปี 1908 มีการยกระดับรายการนี้ ด้วยการนำแชมป์ลีกดิวิชั่น 1 มาเจอแชมป์ลีกทางตอนใต้(The Champions of The Football League and the Southern Football League) เล่นที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ และใช้ชื่อว่า “แชริตี้ ชิลด์”
แมทช์แรกคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แชมป์ลีกดิวิชั่น 1 กับ ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส แชมป์ลีกทางตอนใต้ ผลเสมอ 1 - 1 ทำให้มาเตะกันใหม่ ปรากฏว่า แมนยูฯ ชนะ 4 - 0 ซึ่งเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่รายการมีเตะรีเพลย์
ปี 1910 บันทึกไว้ว่า ไบรท์ตัน ที่เอาชนะ แอสตัน วิลล่า 1 - 0 ทำให้ “นกนางนวล” เป็นทีมเดียวจากแชมป์ลีกตอนใต้ที่ครองแชมป์รายการนี้
จากนั้นวิวัฒนาการต่าง ๆ เริ่มต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ
ปี 1913 แชริตี้ ชิลด์ ปรับโฉมด้วยการแข่งขันกันระหว่าง ทีมรวมดารานักเตะอาชีพ กับ ทีมรวมดารานักเตะสมัครเล่น ซึ่งทีมอาชีพ ชนะ 7 - 2 เล่นที่สนามเดอะ เดน ของมิลล์วอลล์
ปี 1921 เป็นครั้งแรกที่นำทีมแชมป์ลีก เจอกับแชมป์เอฟเอ คัพ ปรากฏว่า สเปอร์ส ชนะ เบิร์นลี่ย์ 2 - 0 ในการเตะที่ไวท์ ฮาร์ท เลน
ปี 1949 เป็นครั้งแรกที่มี “แชมป์ร่วม” เกิดขึ้น เมื่อ พอร์ทสมัธ เสมอกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1 - 1 เตะที่ไฮบิวรี่ พร้อมกับจัดกรอบกติกา หากเสมอกันจะให้ครองแชมป์ร่วมกัน เป็นกฎกติกาตั้งแต่ปี 1949 มาจนถึงปี 1993 จากนั้นหากเสมอกันให้ดวลจุดโทษตัดสิน
ปี 1950 มีการนำทีมชุดฟุตบอลโลกของอังกฤษ ลงเตะกับทีมพิเศษชื่อว่า “เอฟเอ แคนาเดี้ยน ทัวริ่ง” ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ปรากฏแข้งสิงโต ยิงขาด 4 - 2
ปี 1961 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เป็นทีมแรกที่ได้ดับเบิ้ลแชมป์ ทำให้ต้องมาเตะด้วย ก็คือ ทีมรวมดาราสมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือ เอฟเอ
ปี 1971 อาร์เซนอล เป็นทีมที่ 2 ที่คว้าดับเบิ้ลแชมป์ แต่ลงเตะไม่ได้เพราะติดนัดอุ่นเครื่อง ทำให้ “สุนัขจิ้งจอก” เลสเตอร์ ซิตี้ แชมป์ดิวิชั่น 2 ส้มหล่นได้สิทธิ์ลงเล่นในถิ่นตัวเองคือ ฟิลเบิร์ต สตรีท และชนะ ลิเวอร์พูล รองแชมป์ เอฟเอ คัพ 1 - 0
ส่งผลให้ เลสเตอร์ ซิตี้ จึงเป็นทีมเดียวที่ได้แชมป์รายการนี้ โดยที่ไม่ได้ผ่านการเป็นแชมป์ลีกดิวิชั่น 1, แชมป์ลีกทางตอนใต้ และแชมป์เอฟเอ คัพ ซึ่งพวกเขามาเตะอีกทีปี 2016 ก็แพ้
ปี 1972 “ไอ้หัวแกะ” ดาร์บี้ เคาน์ตี้ แชมป์ลีก กับ “ยูงทอง” ลีดส์ ยูไนเต็ด แชมป์ เอฟเอ คัพ ไม่ยอมร่วมแข่งขัน ทำให้ “สิงห์เผ่นมิดแลนด์” แอสตัน วิลล่า แชมป์ดิวิชั่น 3 ได้เตะกับ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ได้อันดับ 4 ของลีกสูงสุด ที่บ้านของ วิลล่า ก่อนที่ แมนฯซิตี้ จะชนะ 1 - 0
จนมาถึง ปี 1974 คือครั้งแรกที่รายการนี้เตะสนาม เวมบลีย์ เอ็ม ไพร์พูล สเตเดี้ยม ซึ่งการนำรายการนี้มาแข่งขันที่เวมบลีย์ ในยุคแห่งหอคอยคู่ มาจากแนวคิดของ เท็ด โครเกอร์ เลขาธิการสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) ในยุคนั้น
การประเดิมแข่งเวมบลีย์หนแรก ก็งามหน้าทันที เมื่อ เควิน คีแกน กองหน้า ลิเวอร์พูล มีเรื่องกับ บิลลี่ เบรมเนอร์ ห้องเครื่องของ ลีดส์ ทั้งคู่จึงโดนปรับ 500 ปอนด์ แถม คีแกน โดนแบน 3 นัด
ส่วนเบรมเนอร์ โดนไป 8 เกม
จากนั้นเกมนี้จัดยาวที่เวมบลีย์ จนระหว่างปี 2001–2006 ที่ต้องไปแข่งใน มิลเลนเนี่ยม สเตเดี้ยม กรุงคาร์ดิฟฟ์ ประเทศเวลส์ เพราะเวมบลีย์ปิดปรับปรุง
หนแรกและหนสุดท้ายที่มิลเลนเนี่ยม ปรากฏว่า “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ได้แชมป์ทั้งหมด ปี 2001 ชนะ แมนฯยูไนเต็ด 2 - 1 และปี 2006 ชนะ เชลซี 2 - 1
ก่อนจะกลับมาจัดที่ “นิว เวมบลีย์” ในปี 2007 กระทั่งปัจจุบัน ยกเว้นปีเดียวคือ 2012 ต้องไปเล่นกันที่วิลล่า พาร์ค เนื่องจากตรงกับวันพิธีปิดสนามโอลิมปิกเกมส์พอดิบพอดี แม้ว่าจะคนละสนาม เพราะพิธีปิดใช้ โอลิมปิก สเตเดี้ยม แต่เป็นเพราะอยู่ที่กรุงลอนดอน เหมือนกันนั่นเอง ทำให้ต้องแยกกลุ่มมวลชนออกมาที่มิดแลนด์
นี่แบบฉบับของฟุตบอลอังกฤษ หนึ่งรายการในตำนานที่จะบอกคุณว่า ฟุตบอลเมืองผู้ดีกำลังจะเริ่มต้นขึ้น พร้อมกับจะยาว ๆ ไปอีก 9 เดือนเต็ม



Post a Comment